วิมานติดล้อ

หากบ้านเปรียบดั่งวิมานของคนทั่วไปแล้วละก็ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าสุดยอดแห่งวิมานในบ้านของเราก็คือเตียงนอน ที่ซึ่งเราจะได้นอนหลับพักผ่อนให้สุขกายสบายใจหลังผ่านเรื่องเคร่งเครียดมาตลอดทั้งวัน วิมานในบทความนี้ก็หมายถึงเตียงนอนนี่ละ แต่เอ เตียงก็คือเตียง มาเกี่ยวอะไรกับกีฬากันล่ะ ผู้อ่านอาจกำลังนึกสงสัยว่าผู้เขียนอาจกำลังเพี้ยน แต่กีฬาที่ผู้เขียนกำลังจะเล่าถึงในวันนี้มีเตียงเป็นพระเอกของงานเต็ม ๆ เลยนะ ขอบอก
กีฬาที่ผู้เขียนภูมิใจนำเสนอในวันนี้คือการแข่งขันวิ่งเตียง (Bed Racing) ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบทีม โดยแต่ละทีมจะประกอบไปด้วยสมาชิกนักวิ่งประมาณ 5 – 6 คน และหนึ่งในนั้นจะต้องประจำตำแหน่งอยู่บนเตียงติดล้อ ในขณะที่สมาชิกที่เหลือมีหน้าที่นำพาวิมานในสนามแข่งให้โลดแล่นเข้าสู่เส้นชัยก่อนทีมอื่น ๆ
กีฬาสุดเพี้ยนชนิดนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1966 โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากแม่น้ำ Nidd โดยระยะทางที่ทุกทีมต้องวิ่งจะถูกกำหนดไว้ที่ 2.4 ไมล์ ตบท้ายด้วยการว่ายน้ำที่เย็นจัดยังกับน้ำในช่องฟรีซของแม่น้ำ Nidd นั่นแหละ เรียกกันว่าเป็นการแข่งขันที่โหดเอาการเลยทีเดียวเชียว แต่ก็ได้รับความนิยมกันมากจากหลายประเทศ ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี นิวซีแลนด์ และอังกฤษ
จุดที่น่าตื่นตาตื่นใจของกีฬาชนิดนี้อยู่ที่การประดับประดาพาหนะสำคัญอย่างเตียงให้หลุดโลกหรือวิลิศมาหลาเท่าที่กำลังสมองและทุนทรัพย์จะเอื้ออำนวย ซึ่งในการแข่งขันที่ผ่านมาก็มีทีมที่ตั้งใจร่วมแข่งเอามันส์ไม่น้อยที่ตบแต่งทีมของตนด้วยเครื่องแต่งกายในยุคต่าง ๆ เช่น แต่งเป็นทหารโรมัน แต่งตัวตามเทพนิยายกรีก เป็นต้น เพื่อสร้างสีสันให้กับการแข่งขันอันเป็นการสนองนี้ดของตัวเองไปในตัวด้วย

นาวาเมรัย

ผู้ที่ชมชอบรสชาติของฟองเบียร์อันนุ่มลิ้นอาจเคยใฝ่ฝันถึงการมีเบียร์ยี่ห้อโปรดในครอบครองคราวละเยอะ ๆ จะได้จัดการดื่มอั้ก ๆ เสียให้เต็มคราบ หรือบางคนถึงกับขอให้ได้ลงไปแหวกว่ายในสระน้ำที่เต็มไปด้วยเบียร์สักครั้งในชีวิตก็ยังดี แต่ฝันก็ไม่เป็นจริงสักที ทว่า..แฟนน้ำเมาทั้งหลายน่าจะชื่นชอบกีฬาที่ผู้เขียนกำลังนำเสนอเป็นแน่แท้ เนื่องจากมีกีฬาชนิดหนึ่งที่คุณสามารถเติมเต็มความฝันของคุณได้ นั่นก็คือกีฬา Beer Can Regatta
แต่ที่นี่เขาต้องการเฉพาะเบียร์กระป๋องเท่านั้นนะ เบียร์ขวดไม่สน ซึ่งอันที่จริงแล้วก็น่าจะเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุเบียร์มากกว่าที่เขาให้ความสนใจ โดยนำเอากระป๋องเปล่าของเบียร์ที่คุณดื่มแล้วหรือหาเก็บได้ มาประกอบเป็นเรือแพขนาดใหญ่เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเข้าแข่งขันที่เมืองดาร์วิน ทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเมืองนี้เขานิยมชมชอบการดื่มเบียร์มากเป็นพิเศษ จึงเกิดขยะเป็นกระป๋องเบียร์จำนวนมหาศาล ดังนั้น เพื่อตอบสนองนโยบายรีไซเคิล หรือการนำเอาของต่าง ๆ กลับมาใช้ใหม่ จึงก่อกำเนิดกีฬาแข่งแพที่สร้างจากกระป๋องเบียร์เปล่าขึ้นมาด้วยประการฉะนี้
การแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1974 เดิมใช้แต่กระป๋องเบียร์เท่านั้น แต่เนื่องจากปัจจุบันได้มีการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงมีการอนุโลมให้ใช้กระป๋องอลูมิเนียมที่บรรจุเครื่องดื่มชนิดอื่นมาประกอบเป็นแพได้ กติกาก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่พายนาวาเมรัยของคุณออกจากชายหาดไปหาทุ่นกลางทะเลที่กำหนดไว้แล้วก็พายกลับมาเท่านั้นเอง แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่ความแข็งแรงของแพแต่ละทีมมากกว่า ว่าจะสามารถปฎิบัติภารกิจให้ลุล่วงไปโดยดีหรือจะจมลงกลางครัน!

เหินฟ้า

วันนี้ผู้เขียนไม่ได้มาชวนคุยเรื่องละครทีวีชื่อดังในอดีตหรอกนะบอกไว้ก่อน แต่เรากำลังจะมาว่ากันถึงกีฬาสุดเพี้ยนอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนแทบทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ แต่อย่าเพิ่งคิดไปถึงกีฬาประเภทเครื่องบิน เครื่องร่อนทั้งหลายนะเพราะมันไม่ใช่ เฉลยเลยดีกว่าเพราะให้เดาอีกสามครั้งคุณผู้อ่านคงยังทายไม่ถูก กีฬาที่ผู้เขียนนำเสนอในวันนี้ก็คือการแข่งบินของมนุษย์เดินดินอย่างเรา ๆ นี่แหละ ส่วนจะมีความพิสดารแค่ไหนนั้นเชิญเลื่อนสายตาลงไปอ่านด้านล่างกันได้ ณ บัดนาว
Birdman Rally เป็นกีฬาที่ดูพิลึกในสายตาชาวโลกแต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย อาจเพราะลึก ๆ แล้ว คนเราอยากบินได้เหมือนกับนกก็เป็นได้ กีฬาชนิดนี้จึงสามารถตอบโจทย์ให้กับคนเราได้เป็นอย่างดี ดูจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายแหล่เป็นตัวอย่าง เพราะพวกเขาแต่งตัวเลียนแบบนก สัตว์ประหลาด เครื่องบิน แม้กระทั่งยอดมนุษย์ในการ์ตูนอย่างมนุษย์ค้างคาว ซุปเปอร์แมน ก็ยังไม่วายถูกดึงมาร่วมแข่งด้วย สรุปก็คือแล้วแต่จินตนาการสุดบรรเจิดของแต่ละคนนั่นเอง
การแข่งขัน Birdman Rally นี้มีกฎง่าย ๆ เพียงแค่ว่าใครจะสามารถบินไปได้ไกลที่สุด คล้ายกับการแข่งขันกระโดดไกลนั่นแหละ เพียงแต่จุดกระโดดจะอยู่สูงเหนือพื้นดินพอสมควร และพื้นที่รองรับการตกลงมาของผู้เข้าแข่งขันก็ไม่ใช่บ่อทรายแต่เป็นผืนน้ำเย็นฉ่ำแทน ดังนั้น ผู้แข่งขันจึงต้องคิดค้นชุดที่สามารถช่วยพยุงตัวให้อยู่ในอากาศได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากจะพบเห็นนักกีฬาของเรากระพือปีกพั่บ ๆ เหมือนนกก่อนจะร่วงลงน้ำนะจ๊ะ

พ่อบ้านมันส์สะเด็ด

กีฬาอีกชนิดหนึ่งที่สุดแสนจะท้าทายคุณพ่อบ้านทั้งหลายก็คือ การแข่งขัน Extreme Ironing World Championship เพื่อเฟ้นหาสุดยอดพ่อบ้านผู้สามารถรีดผ้าได้ในทุกสถานการณ์ โดยหนึ่งในของรางวัลเป็นเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่ แหม ช่างเข้ากับธีมการแข่งขันเสียเหลือเกิน ซึ่งประเทศเจ้าของความคิดสุดติ่งนี้ก็คืออังกฤษเจ้าเก่าของเราเช่นเคย รู้ไหมว่าเจ้าการแข่งรีดผ้าวิบากนี่ได้รับความสนใจจากผู้คนที่ชื่นชอบการละเล่นแนวผาดโผนทั่วโลกเลยเชียวนะ อาทิเช่น อเมริกา แอฟริกาใต้ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น
การแข่งรีดผ้าวิบากจะจัดแบ่งออกเป็นทีม มีการแข่งขันทั้งหมด 5 รายการที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ได้แก่
1 แบบพื้น ๆ (urban) จะเป็นการรีดผ้าโดยมีรถยนต์เป็นตัวประกอบฉาก ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการรีดผ้าไม่ว่าเป็นภายในหรือภายนอกตัวรถ บริเวณใกล้เคียง แม้กระทั่งปีนขึ้นไปยืนรีดผ้าบนหลังคารถก็เชิญตามสบาย
2 ตะลุยน้ำ (water) ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องทำการรีดผ้าขณะกำลังอยู่บนเรือแคนู กระดานโต้คลื่น หรือแม้กระทั่งใต้น้ำก็มีคนดำลงไปรีดผ้ามาแล้ว แน่นอนละ ขึ้นชื่อว่าการแข่งขันวิบากแล้วย่อมไม่มีอะไรง่ายสักกะอย่าง
3 บุกป่า (forest) รอบนี้ผู้เข้าแข่งขันจะต้องปีนขึ้นไปรีดผ้ากันบนต้นไม้กันเลย ถ้าใครกลัวความสูงมีสิทธิ์ตกรอบกันก็งานนี้ละ
4 ปีนเขา (rocky) เปลี่ยนบรรยากาศไปยืนรีดผ้าระหว่างปีนเขากันเป็นไง บางรอบที่ไม่ได้ไปแข่งกันปีนเขาจริง ๆ ก็ใช้ตึกสูง ๆ นี่ละเป็นโลเกชั่นในการแข่งขัน งานนี้มีเสียว
5 ฟรีสไตล์ (freestyle) อย่าคิดว่ารอบนี้จะหวานหมูนะ เพราะคะแนนการรีดผ้าของคุณจะสูงมากตามความยากและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีม ใครที่คิดจะมายืนรีดผ้าเฉย ๆ เหมือนอยู่บ้านละก็ เตรียมโดนโห่ไล่ได้เลย
การคิดคะแนนของแต่ละรอบนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังต้องดูด้วยว่าผ้าที่รีดน่ะเรียบแค่ไหนประกอบอีกด้วย อ้าว อย่าลืมว่าจุดประสงค์หลักของการแข่งขันคือแข่งรีดผ้านะ ถึงคุณทำเวลาในการแข่งขันได้ดีแต่ผ้าดันยับยู่ยี่ก็มีสิทธิ์แพ้ชาวบ้านเขาได้ ขอบอก

เริงร่าท้ามฤตยู

เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับภูเขาที่มักปรากฎในภาพวาดของเราเวลาวาดรูปวิวในสมัยอนุบาลโน่นแล้ว และมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีโอกาสได้สัมผัสกับภูเขาตัวจริงเสียงจริง ไม่ว่าจะผ่านการท่องเที่ยว ส่องสัตว์ หรือแม้กระทั่งปีนเขา ดังนั้น การที่คนเราคิดค้นกีฬาที่มีความเกี่ยวข้องกับภูเขาขึ้นมาจึงไม่น่าแปลกใจจริงหรือไม่? และกีฬาที่ต้องอาศัยความชันของภูเขาอันเป็นที่นิยมในฤดูหนาวก็คือ การเล่นสกี
ทว่า..กีฬาที่ผู้เขียนภูมิใจนำเสนอในวันนี้ไม่ได้เล่นกันในหน้าหนาว ไม่ต้องอาศัยหิมะ เราต้องการก็แต่เถ้าภูเขาไฟล้วน ๆ ที่ไม่ต้องไปแบกหามมาจากไหน เนื่องจากสถานที่จัดการแข่งขันคือภูเขาไฟที่ดับแล้ว กีฬาท้ามฤตยูชนิดนี้ คือการแข่งวินด์เซิร์ฟบนปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Volcano surfing หรือ Volcano Boarding นั่นเอง
การแข่งขันสำหรับนักกีฬาสายเลือดเอ็กซ์ตรีมนี้เป็นกีฬาสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีใจรักการท้าทายโดยแท้ เพราะความสูงของภูเขาไฟเหล่านี้ไม่ใช่เล่น ๆ เลย บางแห่งสูงมากกว่า 2,000 ฟุตด้วยซ้ำไป อีกทั้งความเร็วของการดิ่งลงของกระดานโต้คลื่นที่นักกีฬาต้องทรงตัวให้ได้ยังอยู่ที่กว่า 50 ไมล์ต่อชั่วโมง นักกีฬาคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาทำความเร็วได้ที่ 57 ไมล์ต่อชั่วโมงกันเลยทีเดียว เรียกว่าถ้าใจไม่ถึงจริงเล่นกีฬาชนิดนี้ไม่ได้นะเนี่ย ล้มทีเป็นถลอกปอกเปิกเสี่ยงแขนขาหัก อย่างเลวร้ายก็คอหักกลายเป็นผีเฝ้าภูเขาไฟเท่านั้นเอง ดังนั้น นักกีฬาจึงต้องเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุดด้วยการสวมการ์ดตามลำตัวและแขนขา แต่ก็ยังต้องคงไว้ซึ่งความคล่องตัวอันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขันไว้ด้วย

ใครไม่แกร่งก็ถอยไป

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเกมการแข่งขันที่น่าทึ่งชนิดหนึ่ง ทึ่งที่ว่าคนคิดเขานึกยังไงกันนะถึงได้คิดกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาได้ นั่นก็คือ “แข่งกันงัดข้อ” World Toe Wrestling Championship นั่นเอง แต่ไม่ใช่การงัดข้อธรรมดาที่เราเคยเห็นหรือเคยเล่นนะจ๊ะขอบอก ที่นี่เขาแข่งกันงัดข้อนิ้วเท้ากันจ้า เอ้าใครไม่เคยเห็นก็เร่เข้ามาเลย
ประเทศอังกฤษ เจ้าเก่าเหลายี่ห้อที่เรารู้จักกันดีเป็นผู้คิดค้นเกมกีฬาชนิดนี้อีกแล้ว โดยเริ่มต้นจากกลางยุค 70 ณ วงเหล้าแห่งหนึ่ง เมื่อบรรดาคอสุรากรึ่มกันได้ที่ก็เลยคิดอะไรแผลง ๆ มาเล่นกัน ไอ้เรื่องงัดข้อธรรมดาน่ะลืมไปได้เลย สำหรับคนพิเศษอย่างชาวเราต้องงัดนิ้วบาทากันเท่านั้นถึงจะเจ๋ง เมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สองจนคนที่พบเห็นต่างก็พากันมามุงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าย่อมมีคนอยากท้าประลองด้วยมากมาย ไต่เต้าจากการแข่งขันคนกันเอง เขยิบขึ้นมาทีละนิดจนก้าวเข้าสู่สากล ดังนั้น การแข่งขันงัดข้อนิ้วเท้าเพื่อค้นหาจอมยุทธนิ้วเหล็กไร้เทียมทานจึงผงาดขึ้นสู่สายตาชาวโลกด้วยประการฉะนี้
กติกาการแข่งขันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องใช้เท้าเปล่ามาประกบกับเท้าของฝ่ายตรงข้าม และพยายามหนีบล็อคนิ้วเท้าของฝ่ายนั้นให้ได้เกิน 3 วินาทีหลังได้ยินเสียงสัญญาน ฝ่ายใดทำสำเร็จก็คว้าชัยชนะไปได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องดูแลรักษาความสะอาดของเท้าตนเองให้ดี ถ้าใครเป็นโรคประเภทฮ่องกงฟุต หรือมีกลิ่นบาทาตลบอบอวลละก็ต้องขออภัยด้วย ที่ทางเราไม่สามารถอนุมัติให้ท่านลงแข่งด้วยได้จริง ๆ

นักเต้นเท้าไฟ

สุนัข นับเป็นเพื่อนคู่ใจของมนุษย์มานานตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้ว ดังจะเห็นได้จากมีการเลี้ยงดูเจ้าเพื่อนสี่ขาตามบ้านทั่วไป แต่น่าเสียดายที่บ้านเราไม่มีการออกกฎหมายควบคุมดูแลสัตว์ชนิดนี้อย่างจริงจัง จึงก่อให้เกิดปัญหาสุนัขจรจัดมากมายอันเนื่องมาจากการปล่อยปละละเลยของผู้เป็นเจ้าของที่พอเบื่อก็เอาสุนัขของตนไปปล่อยให้ตกเป็นภาระของสังคม แล้วก็ไปสรรหาสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยงแทน ซึ่งถ้าเป็นเมืองนอกอย่างสหรัฐอเมริกาแล้วละก็ ผู้เลี้ยงที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างนี้จะถูกตัดสินไม่ให้ได้เลี้ยงสัตว์อีกเลยเชียวนา ทำเป็นเล่นไป
วันนี้ ผู้เขียนขอเสนอกีฬาแปลกแหวกแนวแบบโดนใจอีกชนิดหนึ่งที่คนรักสัตว์ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ การเต้นระบำระหว่างคนกับเจ้าตูบคู่ใจ ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Musical canine freestyle บางแห่งอาจเรียกสั้น ๆ ว่า Freestyle dance หรือ Canine freestyle ซึ่งอันที่จริงแล้วกีฬาชนิดนี้นับเป็นกีฬาสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นการนำเพื่อนสี่ขามาฝึกทำตามคำสั่ง ด้วยการเต้นระบำตามจังหวะดนตรีด้วยคำสั่งที่นอกเหนือไปจากการฝึกสุนัขทั่วไปอย่าง หมอบ นั่ง จับมือ ดังนั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่กีฬาชนิดนี้จะกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสัตว์อย่างรวดเร็ว และมีการจัดการแข่งขันเป็นประจำแทบทุกมุมโลกกันเลยทีเดียว
Canine freestyle ถือกำเนิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1989 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแสดงโชว์สุนัขประกอบเพลงอันกำลังเป็นที่นิยมในประเทศแคนาดา อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ส่วนการแข่งขันอย่างเป็นทางการนั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1991 ที่แคนาดา ต่อมาจึงมีการจัดการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ขึ้นอีกในประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ตามลำดับ

กลิ้งชีสลงเขา

คนไทยเรามีสำนวนว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” ซึ่งมีความหมายทำนองว่าเป็นงานที่ยากลำบากยิ่ง เพราะครกนั้นแสนหนัก แถมภูเขาก็ขึ้นชื่อเรื่องความสูงชัน ดังนั้น การเข็นครกขึ้นเขาจึงเป็นงานหินอย่างหนึ่งที่ใคร ๆ ก็พากันส่ายหัว แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเข็นครกลงเขาล่ะก็ คนอังกฤษเขาลุกขึ้นมาเตรียมวิ่งกันหน้าตั้งเลยนะ เพราะที่บ้านเขามีกีฬาชนิดหนึ่งที่ต้องวิ่งไล่ตามของที่ไหลลงมาจากเขากันจนเหงื่อตกกีบกันเป็นที่สนุกสนานกันเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของที่ว่านั้นก็ได้แก่ ชีสก้อนกลม ๆ ธรรมดา ๆ กันนี่เองล่ะจ้า
กีฬาสุดเพี้ยนชนิดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Cooper’s Hill Cheese-Rolling and Wake ซึ่งบอกไว้อย่างชัดเจนว่าจัดขึ้นที่คูเปอร์ฮิลล์ ซึ่งเป็นเนินเขาแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองกลูเชสเตอร์ไชร์ แห่งประเทศอังกฤษเจ้าเก่านั่นเอง ทุกปีเขาจะมีการแข่งขันกลิ้งชีสที่ว่านี่ลงจากเขา โดยการจับเอาด้านสันเขียง เอ๊ย สันขอบของชีสขนาดยักษ์ตั้งขึ้นจนดูเหมือนยางล้อรถ จากนั้นก็กลิ้งลงจากเขาให้เราวิ่งไล่ ซึ่งเจ้าชีสก้อนที่ว่านี้ก็จะกลิ้งลงจากเขาด้วยความเร็วสูงถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับว่าเร็วมิใช่น้อยกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างก็ต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าใครเพื่อจะได้มีโอกาสชนะ และคว้าเอาชีสเจ้ากรรมนั้นไปไว้ในครอบครอง ซึ่งชีสที่นำเข้าแข่งขันนี้ไม่ใช่ชีสโนเนมทั่วไปนะ ขอบอก หากแต่เป็นชีสของเชฟมือหนึ่งที่ได้รับการการันตีฝีมือจากชาวบ้านชาวเมืองนั่นเอง
ความสนุกก็อยู่ตรงที่การที่ได้ล้มลุกคลุกคลานกันนี่เอง แต่เป็นความสนุกของคนเชียร์นะ เพราะคนที่เจ็บตัวคงไม่มาสนุกกับเราด้วยอยู่แล้ว เจ็บทั้งตัว เสียทั้งหน้า ให้คนเขาหัวเราะเยาะกันไปทั่วโลกนี่นา ฮ่วย!

ดับเครื่องชน

กีฬาแนวฮาร์ดคอร์สุดกู่ชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 โดยได้แนวคิดมาจากการละเล่นสุดเสียวเพื่อเรียกสตางค์คนดูในงานเคาน์ตี้แฟร์ หรือหากเป็นบ้านเราก็คงเปรียบได้กับงานวัด ที่มีการโชว์มอเตอร์ไซค์ไต่ถังจำพวกนั้นแหละ แต่ที่นี่เขาเล่นกันรุนแรงกว่านั้น ชนิดที่ว่าลงทุนลงแรงกันแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันกันเลยทีเดียว เพราะแทนที่จะขับรถแข่งกันด้วยความเร็วอย่างรถแข่งทั่วไป กลับดันขับมาชนกันโครม ๆ เสียนี่
Demolition Derby เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของกีฬาชนิดนี้ โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมจะต้องนำรถขับเคลื่อนสี่ล้อของตัวเองมาตบแต่ง ปรับปรุง ดัดแปลงให้โก้เก๋และแจ่มแจ๋วสุด ๆ ทั้งจากภายนอกและภายใน เนื่องจากจะต้องลงสนามแข่งกับรถของฝ่ายตรงข้ามที่ผ่านการยกเครื่องมาอย่างไม่น้อยหน้ากัน ซึ่งกฎกติกายิบย่อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดในละท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไร แต่หลัก ๆ ก็คือผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเอารถมาโชว์ความอึดในสนามด้วยการขับชนรถของฝ่ายตรงข้ามให้ยับเยินจนกว่าจะพังจึงจะได้รับชัยชนะไป ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ชนกันเพียงแค่ครั้งเดียวแน่ ดังนั้น ระบบเซฟตี้ของคนขับรถจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
และเนื่องจากเป็นเกมกีฬาที่อันตรายถึงแก่ชีวิต ส่วนประกอบของรถที่เข้าร่วมแข่งขันอันได้แก่กระจกทั้งหลายจึงต้องถูกเอาออกไปให้หมด เพื่อที่ว่าเวลาถูกชนแล้วกระจกจะได้ไม่ไปทำอันตรายแก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีการห้ามมิให้นำประตูรถออกไปด้วย เพื่อป้องกันการกระเด็นออกนอกตัวรถจนอาจเกิดโศกนาฏกรรมของผู้ขับ แต่ทั้งที่ป้องกันเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังคงมีเหตุน่าสลดเกิดขึ้นเป็นประจำ
อย่างว่าล่ะนะ คนบางกลุ่มเขาก็ชอบการท้าทายเอามาก ๆ กีฬาชนิดนี้จึงยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน

คุณพ่อคริสต์มาส

เมื่อพูดถึงคริสต์มาส ทุกคนเป็นต้องนึกถึงหิมะและลุงแก่ ๆ ท่าทางใจดีสวมชุดกันหนาวแดงขับเลื่อนเทียมกวางเรนเดียร์กันทั้งนั้น จริงไหม? แต่คุณรู้หรือไม่ ว่ากว่าจะมาเป็นลุงซานต้าของเด็ก ๆ ได้ เขาจะต้องผ่านอะไรมาบ้าง?
ClauWau Santa Claus World Championship นับเป็นเกมกีฬาแปลกแหวกแนวชวนฮาและลุ้นสุดโต่ง ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2001 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนที่เล่าลือกันว่ามีวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยสถานที่จัดการแข่งขันคือรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนภูเขาที่อุณหภูมิติดลบ มีกิจกรรมหลายอย่างที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อวัดกึ๋นของผู้เข้าแข่งขันว่ามีความสามารถมากมายเพียงใด เหมาะสมที่จะเป็นคุณลุงซานต้าหรือไม่ โดยจะแบ่งออกเป็นทีม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวก็มีทั้งการวัดความรู้ ความสามารถ และความอึด อาทิเช่น ทำแบบทดสอบทางด้านภูมิศาสตร์ เพราะซานตาครอสต้องเดินทางไปแจกของขวัญให้เด็ก ๆ ทั่วโลก เกิดไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลยแล้วหลงทางขึ้นมาจะทำอย่างไร เด็ก ๆ คงรอของขวัญเก้อแย่
แน่นอนว่าเมื่อถึงเทศกาลคริสต์มาส จะต้องมีการร้องรำทำเพลง ดังนั้น ลุงซานต้าของเราก็จะต้องสามารถร้องรำเพลงในวันสำคัญนี้ได้อย่างสนุกถึงใจ งานฝีมือก็อย่าได้ขาด แกะสลักน้ำแข็งให้ดูหน่อยเป็นไร ตบแต่งบ้านขนมปังขิงให้สวยน่ากินได้แค่ไหน ความเชี่ยวชาญในการขับรถเลื่อนเป็นอย่างไร และว่าที่คุณพ่อคริสต์มาสกลุ่มนี้มีความคล่องแคล่วแค่ไหนในการปีนปล่องไฟเพื่อเอาของขวัญไปวางให้เด็ก ๆ ในบ้าน
นับได้ว่าเป็นเกมการแข่งขันที่ครบสูตรจริง ๆ ตั้งแต่วัดความรู้ยันแข่งวิบาก แต่ก็ยังได้รับความสนใจและเข้าร่วมแข่งขันจากนานาประเทศจำนวนมาก ยกนิ้วให้เลยคุณลุงซานต้า!